คืออิสสรชน
คือคนดี
คือศรีบูรพา

ยินดีต้อนรับ
บุคคลทั่วไป | ล็อกอิน
  • เกี่ยวกับกองทุนศรีบูรพา
  • คณะกรรมการกองทุนฯ
  • รางวัลศรีบูรพา
  • นักเขียนรางวัลศรีบูรพา

  • ความยุติธรรมเป็นมารดาแห่งความสงบสุขของโลกความเห็นแก่ตัวเป็นมารดาของความอากูล ความชั่วช้าลามกร้อยแปดพันประการ
    (ลูกผู้ชาย)

    จิตวิญญาณนักหนังสือพิมพ์ของกุหลาบ สายประดิษฐ์

    ปาฐกถาพิเศษ "จิตวิญญาณนักหนังสือพิมพ์ของกุหลาบ สายประดิษฐ์"

    โดย สมบูรณ์ วรพงษ์

     

    ณ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  อ.เมือง  จ.มหาสารคาม  

     วันที่  ๑๙  พฤศจิกายน  ๒๕๔๘

     

        สำหรับการกล่าวในวันจัดงานฉลองครบรอบชาตกาล ๑๐๐ ปี กุหลาบ สายประดิษฐ์  ซึ่งได้รับการยกย่องจากองค์การศึกษา  วิทยา-ศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ในฐานะนักคิด นักเขียน  นักหนังสือพิมพ์ กระผมได้เลือกหัวข้อชื่อ "จิตวิญญาณนักหนังสือพิมพ์ ของกุหลาบ สายประดิษฐ์"  มาเป็นการกล่าวนำก่อนที่ท่านจะได้ฟังบรรดาท่านผู้ทรงคุณวุฒิมาพูดถึงในแง่ความสัมพันธ์ และวรรณศิลป์  ในลำดับต่อไป ความจริงแล้วคำว่า จิตวิญญาณนักหนังสือพิมพ์ เป็นลักษณะนามธรรมมากกว่าเป็นรูปธรรม เป็นไปในทางจริยธรรม หรือจรรยา-บรรณ  หรืออะไรก็แล้วแต่ตามหลักศาสนาสากลมากกว่า  มนุษย์เรา  แม้จะมีกฎหมายข้อบังคับปกป้องเสรีภาพของหนังสือพิมพ์ ซึ่งเป็นสิทธิ์ขั้นพื้นฐานของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย  แต่ถ้าไม่สามารถบังคับจิตสำนึกของตนเองได้แล้ว  ก็เท่ากับเราได้สูญเสียความเป็นอาชีวะปฏิญาณ  ซึ่งถือว่าเป็นเสาหลักสำคัญของวิชาชีพหนังสือพิมพ์

        คุณกุหลาบ สายประดิษฐ์ และมิตรสหายของท่านเป็นบุคคลที่มิได้ผ่านการศึกษาด้านนิเทศศาสตร์ หรือวารสารศาสตร์มาจากสถาบันอุดมศึกษาใดมาก่อน  ดังเช่นในยุคปัจจุบันที่มีการสอนในทุกมหาวิทยาลัย  ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอก  แต่ในสมัยนั้น จิตวิญญาณนักหนังสือพิมพ์ได้เกิดขึ้นแล้ว  ตั้งแต่ครั้งที่ท่านเรียนที่โรงเรียนมัธยมวัดเทพศิรินทร์ โรงเรียนมัธยมวัดเทพศิรินทร์ในสมัยนั้นเป็นเสมือนหนึ่งสำนักตักสิลาของนักประพันธ์เมื่อ ๘๐-๙๐ ปีที่แล้ว  การออกหนังสือพิมพ์ในชั้นเรียนนั้น  คือการรับรู้ต่องานประพันธ์  รับรู้ว่างานนั้นจะออกสู่สาธารณะด้วยความรับผิดชอบประการใด   นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของนักหนังสือพิมพ์  ที่มาจากจิตวิญญาณอันแท้จริง  คุณกุหลาบ สายประดิษฐ์ ก็เช่นเดียวกับหลายๆ ท่านซึ่งเริ่มต้นจากการเป็นนักเขียน  เป็นนักหนังสือพิมพ์  ในห้องเรียน  เป็นยุคในยุคสมัยที่กระทรวงศึกษาธิการกำลังรณรงค์ในเรื่องหนังสือพิมพ์  และหรือแม็กกาซีนในสมัยนั้น ท่านเริ่มต้นจากการคบหาสมาคมผู้ร่วมอุดมการณ์เดียวกัน  ตั้งแต่ยังนุ่งกางเกงขาสั้น  เห็นได้ว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดจากอะไรได้ถ้าไม่ใช่จิตสำนึกแห่งความเป็นเพื่อนมนุษย์และความรักมนุษย์  จากความมีศรัทธาต่อความเป็นธรรมของสังคม  อันเป็นจิตสำนึกที่เกิดขึ้นพร้อมกับความเป็นนักหนังสือพิมพ์ของท่าน  

            เมื่อสะสมความรักมนุษย์จนตกผลึกแล้ว  จึงเกิดเป็นกลุ่มสุภาพบุรุษขึ้นมา  นั่นเป็นเสมือนกลุ่มที่อยากแสดงออกอย่างที่คิดผ่านงานเขียนของตน  และไม่มีทางไหนที่จะเผยแพร่ออกไปได้  นอกจากโรงพิมพ์  สำนักพิมพ์  หรือจัดทำหนังสือพิมพ์เอง  ซึ่งในยุคนั้นเอง  คุณกุหลาบ สายประดิษฐ์ และเพื่อนๆ กลุ่มสุภาพบุรุษ จึงเป็นนักประพันธ์และนักหนังสือพิมพ์พร้อมๆ กัน  ผลงานและความเป็นตัวตนของท่านก็ปรากฏออกมาอย่างดี  บรรลุความคิดและความเป็นนักหนังสือพิมพ์ที่ดีได้ ไม่ว่าจะเข้าทำงานในระยะแรกในสำนักงานหนังสือพิมพ์ (หรือนิตยสาร) ใด  และที่ก่อจิตวิญญาณอันแท้จริงของท่านก็คือหนังสือพิมพ์ "ประชาชาติ" ซึ่งเป็นยุคที่ต้องแข่งขันกับหนังสือพิมพ์อีกเล่มหนึ่งคือ ประมวญวัน ซึ่งเล่มหลังนี้มี น.ม.ส. หรือกรมหมื่นพิทยาลงกรณ เป็นหัวเรือใหญ่  ส่วนหนังสือพิมพ์ประชาชาติของกุหลาบ สายประดิษฐ์นั้นมี ม.จ.วรรณไวทยากร วรวรรณ หรือเจ้าของนามปากกา "วรรณไว" ซึ่งต่อมาได้รับพระราชทานพระอิสริยยศเป็นกรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ เจ้านายทั้งสองพระองค์นี้ เป็นผู้วางบรรทัดฐานและจิตวิญญาณของนักหนังสือพิมพ์ไทย  ผมอยากจะพูดเช่นนั้น  เพราะข้อความต่างๆ ที่ท่านเขียนไว้นั้น  เป็นเสมือนหนึ่งการสร้างจิตวิญญาณให้ผู้ประกอบวิชาชีพนี้เชื่อถือตลอดมา  แต่น่าเสียดายที่ทั้งสองพระองค์ไม่ใช่นักธุรกิจ  ไม่ใช่นักบริหาร  แต่เป็นแค่นักคิด  นักอุดมการณ์  เพราะฉะนั้น หนังสือพิมพ์ทั้งสองฉบับจึงได้สลายตัวไปในเวลาอันไล่เลี่ยกัน  

        คุณกุหลาบได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับงานหนังสือพิมพ์ มาสร้างหนังสือพิมพ์ให้เป็นแบบอย่างที่ดีต่อนักหนังสือพิมพ์รุ่นต่อๆ มา ในฐานะ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ประชาชาติ หนังสือพิมพ์เล่มนี้มีคำขวัญว่า "บำเพ็ญกรณี ไมตรีจิต วิทยาคม อุดมสันติสุข" ทั้ง ๔ คำนี้เป็นเสมือน หนึ่งจิตวิญญาณของนักหนังสือพิมพ์อาชีพ มากกว่าหนังสือพิมพ์ธุรกิจ  ซึ่งหากเปรียบเทียบมาจนถึงปัจจุบันนี้  จะพบว่าจิตวิญญาณของหนังสือพิมพ์อาชีพมีน้อยมาก  เพราะหนังสือพิมพ์ยุคใหม่ก้าวไปสู่ธุรกิจจนหมด รวมทั้งมีอัตตาของตนเองมากขึ้น แม้แต่ในมหาวิทยาลัยในปัจจุบัน ในความรู้สึกของกระผม ก็สอนให้นิสิตนักศึกษารับรู้ถึงจิตวิญญาณของนักหนังสือพิมพ์ค่อนข้างน้อย มักมุ่งเน้นไปที่วิชาการของแต่ละแขนง ตามแนวความคิดโลกตะวันตกเป็นเกณฑ์ เพื่อนำไปสู่การรับปริญญาบัตรเท่านั้น

        สำหรับคุณกุหลาบ สายประดิษฐ์นั้น  มีคุณสมบัติของนักหนังสือพิมพ์อย่างชอบธรรม  ๓ ประการ ด้วยกันคือ

            ประการที่หนึ่ง  เป็นบรรณาธิการที่เป็นบรรณาธิการ  

            ทำไมกระผมจึงกล่าวเช่นนั้น  เพราะว่าบรรณาธิการต้องรับผิดชอบด้านกฎหมาย มโนด้านกฎหมาย มโนธรรม และทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เป็นตัวบรรณาธิการ รวมทั้งการเขียนบทบรรณาธิการด้วย ระดับนักศึกษานิเทศศาสตร์และสื่อสารมวลชน ควรจะจำไว้ว่าบทบรรณาธิการคือทิศทาง หรือเข็มทิศชี้พื้นฐานของหนังสือพิมพ์นั้นๆ เป็นแนวจุดหมายหลัก บทบรรณาธิการสมัยคุณกุหลาบ สายประดิษฐ์ ส่วนใหญ่ท่านเขียนเอง หรือมอบหมายให้คนที่รับรู้จุดหมายในหนังสือพิมพ์ ฉบับนั้นๆ ในองค์กรนั้นๆ เป็นผู้เขียน           ประการที่สอง  เป็นคนสร้างบุคลากรในสำนักงาน   

            จะเห็นได้ว่า นักข่าว นักเขียน เกิดขึ้นที่ประชาชาติเป็นอันดับแรก  กระผมจะยกตัวอย่างสัก ๒-๓ ท่าน ในเวลาต่อมา เช่น คุณยศ วัชรเสถียร คุณจรัญ วุธาฑิตย์ เป็นต้น และอีกหลายท่าน ซึ่งเนื้อแท้ของความเป็นนักหนังสือพิมพ์ ได้กลายเป็นเชื้อสืบต่อเนื่องต่อมาอีกหลายๆ ท่าน การสร้างบุคลากรขึ้นมารองรับองค์กรต่างๆ นี้ นับว่ามีความจำเป็นยิ่ง  การสื่อความทางด้านความคิด  ทางด้านจริยวัตร  ของผู้นำของหนังสือนั้น สามารถทำให้หนังสือพิมพ์ในยุคสมัยที่ยังไม่มีทั้งวิทยุและโทรทัศน์เป็นผู้แข่งขัน  สามารถดำรงอยู่ได้ด้วยความเป็นอิสระ  และมีบทบาทเป็นผู้ปกป้องเสรีภาพของประชาชนได้

            ประการที่สาม  เป็นทั้งนักประพันธ์และนักหนังสือพิมพ์

            เป็นสิ่งที่จะเรียกว่าความได้เปรียบก็อาจจะเรียกได้  คือ กุหลาบ  สายประดิษฐ์ ได้เขียนหนังสือมาก่อน เรียกว่าเป็นนักประพันธ์และนักหนังสือพิมพ์ไปพร้อมกัน  จึงเป็นเสมือนการสร้างรูปแบบให้ผู้ก้าวเข้ามาในวงการหนังสือพิมพ์ได้รับรู้ว่านี่คือจิตวิญญาณ  เพราะท่านได้แสดงออกทั้งงานเขียนและจริยวัตรของท่านในการประกอบวิชาชีพนี้ด้วยความสะอาดหมดจด

            กระผมยังได้เฝ้ามองในงานเขียนทุกประเภทของท่าน จนถึงแม้ที่สุดจริยวัตรของท่านผู้นี้ กระผมขอสารภาพตามตรงว่า กระผมไม่รู้จักท่านเป็นการส่วนตัว  แต่อ่านงานของท่านพร้อมกับภาพประทับใจ  และได้นำมาเป็นตัวอย่างในการปฏิบัติตนจนครบ ๕๐ ปีในวันนี้  แม้จะเป็นส่วนน้อยนิดที่กระผมจะเดินตามท่านได้  แต่นั่นก็คือแสงสว่างที่จะอยู่นำหน้าในการประกอบวิชาชีพของกระผม

            แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า  สิ่งที่กระผมกล่าวมานี้ไม่ปรากฏในตำราเรียนหรือในการสอนเรื่องการหนังสือพิมพ์ ในคณะวารสาร-ศาสตร์หรือนิเทศศาสตร์ในมหาวิทยาลัยต่างๆ ไม่ได้กล่าวถึงคุณกุหลาบในฐานะผู้บุกเบิกงานหนังสือพิมพ์  ทั้งรายวันและรายคาบมาแต่อดีตมากนัก แต่มีกล่าวถึงคุณหลุยส์ คีรีวัต พระยาศราภัยพิพัฒน์  คุณสงวน ตุลารักษ์ ซึ่งหมายถึงนายทุนหนังสือพิมพ์ทั้งนั้น อาจกล่าวได้ว่า พวกเขาได้ละเลยการกล่าวถึงผู้คิดผู้บุกเบิกในวิชาชีพหนังสือพิมพ์ ไปอย่างน่าเสียดาย

            ทวีป วรดิลก ได้กล่าวถึงงานของกุหลาบ สายประดิษฐ์ ในครั้งหนึ่งว่า  หนังสือพิมพ์ไทยเติบโตขึ้นมาพร้อมกับการปฏิวัติประชาธิปไตย  และยังกล่าวด้วยว่า คุณกุหลาบ เป็นนักหนังสือพิมพ์คนแรกที่คัดค้านรัฐบาลพระยามโนปกรณ์นิติธาดา ในปี พ.ศ. ๒๔๗๖ และพระยามโน-ปกรณ์นิติธาดา ก็ได้ให้พระยาราชรังสรรค์ไปเรียกคุณกุหลาบไปพบและต่อว่าอย่างรุนแรง  หลังจากนั้นก็ได้ปิดหนังสือพิมพ์ประชาชาติในวันที่ ๑๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๖  และรุ่งขึ้นวันที่ ๒๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๖ พันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา  หนึ่งในผู้นำการปฏิวัติ ๒๔๗๕ เช่นเดียวกัน ได้ยึดอำนาจจากพระยามโนปกรณ์นิติธาดา ดังปรากฏว่า งานสัมภาษณ์พันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนาของคุณกุหลาบ  ท่านได้ยกย่องพระยาพหลฯ ว่าเป็นนักประชาธิปไตย  ที่หวังจะนำประชา-ธิปไตยมาสู่บ้านเมืองเราอย่างแท้จริง

            กล่าวอย่างย่นย่อเฉพาะบทบาทการเป็นนักหนังสือพิมพ์ของท่านผู้นี้ ดูจะมีอย่างมากมาย รวมทั้งการปกป้องสิทธิเสรีภาพของนักหนังสือพิมพ์  ในนามของสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ท่านได้ตอบโต้และคัดค้านพระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๘๔ ซึ่งลิดรอนเสรีภาพนักหนังสือพิมพ์   

            ท่านถูกจับกุมคุมขังครั้งแรก  ในข้อหากบฏภายในราชอาณาจักร ในปี พ.ศ. ๒๔๘๕ ถูกคุมขังอยู่ ๘๔ วัน นี่คือการคุกคามสิทธิเสรีภาพของท่านครั้งแรก  หลังจากนั้นในปี พ.ศ. ๒๔๙๕  ได้มีข่าวหนังสือพิมพ์ได้กล่าวถึงความแห้งแล้งและความยากจนในภาคอีสาน หนังสือพิมพ์ได้เรียกร้องให้รัฐบาลตระหนักถึงปัญหาของภาคอีสานทั้งภาค มีการพาดหัวข่าวต่อเนื่องกันหลายฉบับ  มีการเรียกร้องการบริจาคเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม  เพื่อนำมาช่วยเหลือพี่น้องชาว าคอีสาน  ในฐานะนักหนังสือพิมพ์คุณกุหลาบได้รวบรวมทั้งนักเขียนและนักหนังสือพิมพ์ เพื่อเดินทางมาแจกเสื้อผ้าแก่คนยากจน  แต่ทางรัฐบาลกลับตอบแทนด้วยการจับกุมคุมขังท่านในข้อหากบฏอีกครั้งหนึ่ง  ครั้งนี้เรียกชื่อว่า กบฏสันติภาพ  และโยงออกไปเกี่ยวเนื่องกับการเรียกร้องสันติภาพของโลก  ซึ่งเน้นที่การใช้สันติวิธี  เพราะไม่ต้องการให้เกิดภาวะรุนแรงในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง ในที่สุดคุณกุหลาบ สายประดิษฐ์ ก็ถูกคุมขังอยู่เกือบ ๕ ปี   ท้ายสุดได้รับการปล่อยตัวออกมาในปี พ.ศ. ๒๕๐๐   

            ต่อมาท่านได้นำนักหนังสือพิมพ์และนักเขียนเดินทางไปสาธารณรัฐประชาชนจีน  เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ  เพื่อแสดงว่า  แม้จะแตกต่างในทิศทางการเมืองก็ตาม  แต่เราสามารถที่จะอยู่ร่วมกันได้ แต่ในระหว่างนั้นเอง จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์  ได้ปฏิวัติรัฐประหารอีกครั้งหนึ่ง  เมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๑ มีการจับกุมนักหนังสือพิมพ์ นักเขียน กรรมกร ชาวไร่ ชาวนา  ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  รวมแม้กระทั่งคนจีนที่ขายกาแฟ  เมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๑  คุณกุหลาบจึงตัดสินใจไม่กลับมาตุภูมิ  และขอลี้ภัยอยู่ที่สาธารณรัฐประชาชนจีนตราบจนวาระสุดท้ายของชีวิต ท่าน  

            นี่คือความทรงจำ ไม่เฉพาะผู้มีอาชีพนักหนังสือพิมพ์เท่านั้น    หากเป็นความทรงจำของประชาชนทั้งชาติ เพราะปัจจุบันเรามีความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศทั้งสอง คือ ประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน  คือครบ ๓๐ ปีในปีนี้  ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า  นี่คือผลงานจากการที่คุณกุหลาบเสี่ยงชีวิตครั้งแรกเพื่อให้เกิดสันติสุขในภูมิภาคนี้          ถ้าจะยกคำพูดของท่านมาเพื่อนิสิตนักศึกษาที่ศึกษาทางด้านสื่อสารมวลชน กระผมใคร่จะยกวลีหนึ่ง มีความว่า "งานหนังสือพิมพ์อาจหาทำได้  แต่นักหนังสือพิมพ์ที่แท้จริงอาจหาได้ไม่ง่ายนัก"      นี่เป็นคำที่จับใจมาก  เพราะการสร้างจิตสำนึกเป็นสิ่งที่สำคัญ  ด้วยเหตุที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้เปิดแผนกสื่อสารมวลชนขึ้น กระผมจึงขอฝากคำอันนี้ไว้กับท่านทั้งหลาย และในปี พ.ศ. ๒๔๙๔ ท่านได้เขียนบทความบทหนึ่ง ซึ่งกระผมอยากจะขอยกมา ณ ที่นี้ ท่านเขียนไว้ว่า

        "รัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยย่อมไม่ปรารถนาจะให้หนังสือ-พิมพ์บำเพ็ญตนเป็นเครื่องมือของรัฐบาลเลย  เพราะรัฐบาลในระบอบเช่นนี้มิใช่รัฐบาลถาวร บุคคลในคณะรัฐบาลย่อมมีการเปลี่ยนตัวกันอยู่เสมอ  เมื่อออกมาอยู่นอกวงรัฐบาลแล้ว  บุคคลเหล่านั้นก็จะมาแสดงความเห็นติชมรัฐบาลใหม่ในฐานะที่เป็นราษฎรคนหนึ่งเหมือนกัน"

            อันนี้แหละจิตวิญญาณของคุณกุหลาบ สายประดิษฐ์ กระผมต้องขอขอบคุณบรรดาท่านทั้งหลาย  รวมทั้งมหาวิทยาลัยมหาสารคาม  ท่านอธิการบดี  ท่านรองอธิการบดี  คณบดี  ที่ได้จัดงานในวันนี้  เพื่อได้ระลึกถึงบุคคลผู้หนึ่งซึ่งได้สละแล้วซึ่งชีวิต เพื่อต่อสู้ให้เกิดสันติสุข  เกิดความเป็นธรรมในสังคม เกิดความรู้สึกความยุติธรรม และเห็นใจผู้ยากจน  นั่นคือ  กุหลาบ สายประดิษฐ์  หรือเจ้าของนามปากกา "ศรีบูรพา" ต่อจากนี้ท่านคงได้ฟังการอภิปรายของท่านผู้รู้  และได้ฟังกวีทั้งหลาย  เรียกว่าทุกกวีที่มีต่อท่าน  กระผมขอจบคำกล่าวแต่เพียงเท่านี้  ขอบคุณครับ(ปรบมือ)