คืออิสสรชน
คือคนดี
คือศรีบูรพา

ยินดีต้อนรับ
บุคคลทั่วไป | ล็อกอิน
  • เกี่ยวกับกองทุนศรีบูรพา
  • คณะกรรมการกองทุนฯ
  • รางวัลศรีบูรพา
  • นักเขียนรางวัลศรีบูรพา

  • ชีวิตของคนเรานั้นโดยที่แท้แล้ว ก็เป็นแต่เพียงที่ประชุมของธรรมชาติเท่านั้น... ทุกชีวิตมาจากแห่งเดียวกัน และทุกชีวิตก็ตกอยู่ภายใต้ของกฎของการเติบโต แล้วก็ดำเนินไปสู่ความเสื่อมสลายทุกชีวิตอยู่ภายใต้กฎของการเกิด แก่ เจ็บ ตาย และทุกชีวิตก็มีความปรารถนาเหมือน กันคือ ปรารถนาที่จะปลดเปลื้องตนออกจากความทุกข์
    (เรื่องของเขาและศรีบูรพากับบทประพันธ์ในบรรณพิภพ)

    อ่าน "ศรีบูรพา"
    จากหน้ากระดาษ

     

    ณภคดล กิตติเสนีย์

     

    ในยุคสมัยที่สิ่งต่างๆ ถูกเปลี่ยนแปลงให้กลายเป็นทุน...

        ไม่เว้นแม้กระทั่งสำนึกรับรู้ถึงเพื่อนมนุษย์ที่ถูกแปรรูปเป็นภาพลักษณ์เพื่อส่งเสริมผลประโยชน์ทางการค้า...

        เราจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร หากหนังสือดีๆ จำนวนมากต้องสูญพันธุ์ไปด้วยการเข้ามาของสื่ออิเล็กทรอนิกส์และเกมออนไลน์ที่ครอบงำแขนขาและมันสมองของ "มวลมนุษย์แห่งอนาคต"

     

                ...เขาเป็นนักเดินทางผู้เปล่าเปลี่ยวเดียวดาย สมควรจะได้รับความ

            เห็นใจอย่างหนักหนานั้น แน่ละ เขาเป็นนักเดินทางข้ามยุคข้ามสมัย และจะ

            ต้องฝ่าไปในพายุของความเปลี่ยนแปลงอันใหญ่หลวง โดยปราศจากเข็มทิศ

            อ้า, นักเดินทางน้อยแห่งเมืองขุขันธ์ผู้น่าสงสาร...

                                    แลไปข้างหน้า

     

        "ศรีบูรพา" ผู้เปล่าเปลี่ยวจากความอยุติธรรมในยุคสมัยของท่าน ได้รับความยุติธรรมในยุคสมัยปัจจุบันแล้วเมื่อโลกประกาศก้องให้ท่านเป็น "บุคคลสำคัญของโลก" การณ์เช่นนี้ย่อมยังความปลาบปลื้มให้กับคนไทยทั้งหลายโดยเฉพาะผู้ที่เห็นคุณค่าในสิ่งที่ท่านสร้างไว้คือผลงานที่เป็นอมตะ ซึ่งได้เดินทางฝ่าข้ามกาลเวลาและกำลังต้องเผชิญกับ "ความเปลี่ยนแปลงอันใหญ่หลวง" เพราะท่านยังคงเป็น "นักเดินทางน้อยผู้น่าสงสาร" ในสายตาของเยาวชนจำนวนมากเมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งทั้งหลายที่พวกเขากำลังรื่นรมย์อยู่

     

                ...ในบางครั้งเธอก็จะต้องฝืนใจของเธอ เพื่อที่เธอจะฟันฝ่าไปข้างหน้าได้

            เธอต้องสามารถที่จะอุทิศทุกสิ่งทุกอย่าง คือ อุทิศหัวใจของเธอทั้งหมด มันเป็น

            ของง่ายที่เธอจะอุทิศชีวิตของเธอโดยการยอมตายเพื่ออุดมการณ์ เธอยังจะต้อง

            อุทิศยิ่งไปกว่านั้นอีกคืออุทิศสิ่งอันเป็นที่รักยิ่งกว่าชีวิตของเธอเอง และเมื่อเธอ

            ได้อุทิศถึงปานนั้นแล้วเธอจะเห็นได้ว่า สัจธรรม ที่เธอได้ต่อสู้เพื่อการเชิดชูนั้น

            ได้เติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแกร่งเพียงใด สัจธรรมซึ่งเป็นสิ่งสุดเสน่หาในโลก

            สำหรับเธอ...

                    แม่

     

        เราอาจต้อง "ค้นใจ" ไปย้อนมองผลงานในอดีตที่ผลิตออกมาตามความโหยหาของสังคม แทนที่จะตอบสนองอุปสงค์ อุปทาน... "ศรีบูรพา" ได้พิสูจน์ว่าสิ่งที่ท่านกระทำนั้นเป็นการอุทิศทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อหัวใจของเพื่อนมนุษย์ และในเบื้องปลาย ท่านยอมสละชีวิตเพื่อ "อุดมการณ์" แลกกับสิ่งสุดเสน่หาในโลก คือ "สัจธรรม"

        อาจถึงยุคสมัยแห่งการสิ้นสุดของมนุษยชาติแล้วหากเราไม่ยอมกระทั่งรับรู้ความทุกข์ยากของเพื่อนร่วมโลกที่ยังคงปรากฏให้เห็นในทุกขณะ และมีแนวโน้มว่าจะคงอยู่ต่อไป  การทำความเข้าใจความเป็นมาของเราผ่านทาง "กำเนิดครอบครัวของมนุษยชาติ" ขยายองค์ความรู้ไปสู่ "ปรัชญาสังคมเปรียบเทียบ" งานแปลเพื่อทำความเข้าใจสังคมร่วมสมัย เช่นเดียวกับ เขาถูกบังคับให้เป็นขุนโจร ย่อมทำให้เราเข้าใจขบวนการก่อการร้ายในปัจจุบันว่า แท้จริงแล้วสภาพการณ์ที่เขาต้องเผชิญอาจหนักหน่วงกว่าสิ่งเลวร้ายที่เขาได้กระทำ หากใครก็ตามที่ตกอยู่ภายใต้ข้อจำกัดและความทุกข์ยากแสนสาหัสนั้น...ยังจะดำรงตนนิ่งเฉยอยู่ได้หรือ? หากเราลองแลไปข้างหน้า ก็คงพบสภาพที่มิต่างจากอดีตเท่าใดนัก... เบื้องหน้าของเรานั้นความฟุ้งเฟ้อของระบอบทุนนิยมไร้พรมแดนได้กลืนกินอัตลักษณ์พื้นถิ่นทั่วโลก และยิ่งสร้างความเหลื่อมล้ำให้เห็นการฉกฉวยผลประโยชน์จากประชาชนผู้พอเพียง ผ่านทางนโยบายการเมืองที่มีผลประโยชน์ทั้ง "ซับซ้อน" และ "ทับซ้อน" โยงใยอยู่เบื้องหลังนโยบายของบริษัทรัฐบาล...

        ยังมีความอภิรมย์ให้ผู้อ่านไม่รู้สึกว่าโลกนี้เลวร้ายจนเกินไปจากข้างหลังภาพนวนิยายลือโลกที่ได้รับการถ่ายทอดหลากหลายภาษา ถึงกระนั้นก็มิได้มุ่งหวังให้ผู้อ่านได้รับสุนทรียรสเพียงด้านเดียว หากแต่แฝงเร้นด้วยความเปลี่ยนแปลงของชนชั้นและกรอบสังคมร่วมสมัยของท่านที่สื่อออกมาในรูปตัวละครสูงศักดิ์อย่างคุณหญิงกีรติ และชายสามัญอย่างนพพร ก่อให้เกิดตำนานรักสะเทือนใจผู้คนที่ได้สัมผัส

        ผลงานทุกชิ้นสะท้อนความเป็นตัวตนของท่านและพร้อมให้เราศึกษาเพื่อรับรู้การต่อสู้ การเดินทาง และความเป็นจริง ของ "โลก" ผ่านทางผลงานของ "บุคคลสำคัญของโลก" เพื่อมิให้ความหวังอันน้อยนิดนี้ต้องสูญสลายไปดังคำพูดที่ว่า

     

                ฉันตายโดยปราศจากคนที่รักฉัน

                แต่ฉันก็อิ่มใจว่า...ฉันมีคนที่ฉันรัก.

     

                        นายณภคดล กิตติเสนีย์

                        ท.ศ. ๔๒-๔๕ เลขประจำตัว ๓๔๐๑๙

                        ๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๗